ระวัง!! อัดความรู้ให้ลูกมากเกิน เสี่ยงสมองหดเล็กลง | Charoenpanya

ระวัง!! อัดความรู้ให้ลูกมากเกิน เสี่ยงสมองหดเล็กลง

ระวัง!! อัดความรู้ให้ลูกมากเกิน เสี่ยงสมองหดเล็กลง

by webmaster
25 กรกฎาคม 2562
ต้องยอมรับเลยว่าปัจจุบันเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องที่มีอัตราการแข่งขันสูงมาก การที่จะได้รับการศึกษาที่ดี ก็ต้องเข้าไปอยู่ในโรงเรียนที่ดี มีรางวัลการันตีคุณภาพ และเพื่อเป็นการปูหนทางสู่โรงเรียนเหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่จึงมักยัดเยียดวิชาความรู้ต่าง ๆ มากมายให้ลูก แต่รู้หรือไม่ว่าการทำเช่นนี้อาจมีผลกระทบส่งมาถึงตัวเด็กได้ 
 
 
ผลกระทบหลัก ๆ เลย คือ ลูกอาจเกิดความเครียดจนเกินไป เนื่องจากการไปโรงเรียนสำหรับเด็ก ๆ  คือ การออกจาก Safe Zone ที่บ้าน แล้วไปเผชิญกับสภาพแวดล้อมภายนอกกับคนแปลกหน้า แถมต้องพยายามทำความเข้าใจกับวิชาการความรู้ต่าง ๆ ที่คุณครูมอบให้ วิตกกังวลกับผลการสอบคัดเลือก สอบวัดระดับต่าง ๆ แถมเมื่อกลับมาที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ยังอัดความรู้อื่น ๆ อัดแรงกดดันเข้าไปอีก คงไม่แปลกที่พวกเขาจะยิ่งเครียดมากขึ้น  นอกจากนี้ ยังรวมถึงปัญหาของพัฒนาการเด็กด้วย เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าเด็กเล็กต้องมีพัฒนาการอีกหลายด้านที่ยังต้องการการพัฒนา ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
 
การที่พ่อแม่อัดแต่วิชาความรู้ให้ลูกจึงเป็นการพัฒนาเพียงด้านเดียว ด้านอื่น ๆ ไม่ได้พัฒนาตามไปด้วย หากมีกิจกรรมที่ต้องใช้พัฒนาการด้านอื่น ๆ ควบคู่กัน แต่เด็กไม่มีพัฒนาการเพียงพอ เขาจะไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย อาจโดนครู คุณพ่อคุณแม่ดุด่าว่ากล่าว หรือหนักกว่านั้นคือโดนลงโทษ คราวนี้ก็จะกลับเข้าอีหรอบเดิม คือ ลูกเกิดความเครียด ซึ่งรู้หรือไม่ว่ามีงานวิจัยของต่างประเทศรับรองว่า เมื่อเด็กเกิดความเครียดเรื้อรังจะส่งผลต่อ สมองทำให้หดเล็กลงกว่าเด็กปกติ โดยคุณพ่อคุณแม่ต้องอย่าลืมว่าลูก ๆ มีที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวคือพวกคุณ หากพ่อแม่เนรมิตบ้านที่เด็ก ๆ ต้องกลับมาพักผ่อนกลายเป็นโรงเรียนกวดวิชา เช่นนี้ลูก ๆ จะไม่มีที่พึ่ง ไม่มีสถานที่เอาไว้ผ่อนคลายและยิ่งกักเก็บความเครียดไว้ เด็กไม่มีที่ระบายอาจจะก่อให้เกิดปัญหาใหญ่อย่างอาชญากรรมเด็กได้ เห็นไหมว่าเรื่องร้ายแรงเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกแล้ว 
 
นอกจากปัญหาเรื่องความเครียดแล้ว การที่คุณพ่อคุณแม่คอยชี้แนะตลอดเวลา เข้าใจว่าคุณพ่อคุณแม่ก็หวังดี อยากให้ลูกประสบความสำเร็จ แต่มันมาพร้อมผลข้างเคียง คือ ลูกจะขาดการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ด้วยตนเอง และยิ่งเลวร้ายกว่านี้ถ้าหากเขาติดเป็นนิสัยต่อไปในอนาคต โดยการศึกษาของนักจิตวิทยามหาวิทยาลัยโคโลราโดและมหาวิทยาลัยเดนเวอร์พบว่า เด็กที่ได้รับการเรียนรู้โดยกิจกรรมที่อิสระไม่มีผู้ชี้แนะมากเกินไป จะพัฒนาการเป็นตัวของตัวเองและด้านจิตใจมากขึ้น รวมทั้งมีทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่ประสบความสำเร็จมากกว่าอีกด้วย
 
 
ความหวังดีของคนที่เป็นคุณพ่อคุณแม่ต่อลูกน้อยนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่บางครั้งก็ต้องอยู่ในกรอบที่พอเหมาะพอควร ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป เพราะแทนที่จะส่งผลดีต่อลูก จะกลายเป็นส่งผลร้ายเสียมากกว่า ดังเช่นประโยคที่กล่าวว่า พ่อแม่รังแกฉัน นั่นเอง
 

บทความโดย : goodjob for kids